Episodes

Wednesday Nov 03, 2021
EP603 Deep Conversation แอบนินทาเพื่อนลับหลังแล้วเพื่อนจับได้เราควรปล่อยหรือง้อดี
Wednesday Nov 03, 2021
Wednesday Nov 03, 2021
มีคนมาปรึกษาว่า อยากจะปรึกษาค่ะว่า ถ้าเพื่อนเป็นแบบนี้แล้วเราจะไปต่อยังไง เริ่มต้นที่เพื่อนสนิทหนู (ชื่อพีชเป็นนามสมมุติ) เขาฟังเพลงแล้วเพื่อนอีกคน (ชื่อส้มนามสมมุติ) เขาก็ถามว่า "เฮ้ย มึงยังฟังเพลงนี้อีกเหรอวะ" พีชก็เลยถามไปว่า "ทำไมอะส้ม" ส้มก็เลยตอบไปว่า "ไม่มีอะไร" พอเลิกเรียนกลับบ้านกันไปหมดแล้ว พีชทักถามหนู ด้วยหนูเป็นคนที่เจ้าอารมณ์และพูดไม่คิดบวกกับหนูทะเลาะกับแม่มา หนูก็เลยด่าส้มไม่ยั้งเลยค่ะ แต่ทีนี้ส้มเห็นข้อความทั้งหมดเพราะเขามีรหัสไอจีหนู เขาเลยทักมาว่า "เออลืมแล้วเหรอว่าเรามีไอจีเธอ" หนูเลยไปบอกกับพีช และหนูกับพีชก็ขอโทษส้ม แต่ส้มก็ไม่ตอบ แต่จริง ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติของส้มค่ะ พวกหนูสำนึกผิดมาก ๆ และยอมรับทุกอย่างว่าผิด หนูก็ขอโทษเขาพอ 5 วันผ่านไปก็เอาของกินไปให้เขา เขาก็เลยพูดว่า "กูไม่กินมึงก็อยู่ส่วนมึงไปสิ" คำพูดนี้ทำให้หนูหน้าชามากค่ะ หนูเลยไปส่องเฟซบุ๊กส้มก็เลยเจอข้อความว่า "สมองป่วยเกินจะเยียวยา มีมารยาทบ้างไหม" ซึ่งหนูรู้ทันทีค่ะว่าเขาว่าหนู หนูเลยทักไปว่า "เออ เรายอมรับผิดแล้วขอโทษ เปิดใจคุยกันได้ไหม" แต่เขาก็แค่อ่าน และเอาไปโพสต์ข้อความที่เฟซบุ๊กเหมือนเขาใช้อารมณ์อ่าน ไม่ใช้เหตุผลอะไรเลย หนูเลยคิดหนักว่าควรปล่อยไป หรือง้อต่อไปเรื่อย ๆ ดี
- หากว่าเราพลาดพลั้งอะไรไป นั่นคือหน้าที่เราที่จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้น ๆ โดยที่เราจะไม่บ่น ไม่อิดออด แล้วก็ยอมรับผลลัพธ์นั้นแต่โดยดี
- การกระทำใดพลาดไปแล้ว ก็ปล่อยให้มันพลาดไป แต่ครั้งหน้าให้นำสิ่งเหล่านี้มาเป็นประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด การผิดพลาดหลาย ๆ ครั้งมันจะสร้างนิสัยที่ไม่ดี
- ถ้ายอมรับผิดไปแล้ว ขอโทษไปแล้ว ทำทุกสิ่งที่ควรทำไปแล้ว นั่นคือหน้าที่ของคนยอมรับว่าตัวเองผิด แต่หากว่าเขาไม่ให้อภัยเรานั่นก็คือสิทธิ์ของเขา ไม่เกี่ยวกับเราแล้ว
- ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่โต การเปิดใจคุยกันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด การนินทาลับหลังเป็นสิ่งที่อันตราย เพราะถ้าหากอีกฝ่ายเขารับรู้เราก็กลายเป็นคนผิดไปเต็มประตูเลย ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น
- ทั้งนี้ ประสบการณ์ชีวิต คือการเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด ไม่มีใครเลยไม่เคยทำผิดพลาดหรือล้มเหลว เพียงแต่เราเรียนรู้ให้ไว้ ผิดแล้วรู้ และผิดแล้วยอมรับผิด นั่นจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของความผิดพลาด

Tuesday Nov 02, 2021
EP602 Special Formula การทำตัวเองให้เป็นจุดศูนย์กลางนั้นจะส่งผลทำให้ทุกสิ่งแย่ลง
Tuesday Nov 02, 2021
Tuesday Nov 02, 2021
ข้อความทวิตจาก Dalai Lama ได้เขียนข้อความไว้ว่า "การมีตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางนั้น จะสร้างระยะห่างจากผู้อื่นเสมอ แล้วมันจะนำไปสู่ความไม่จริงใจ ความกลัว และความโกรธสืบไป เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นมันจะรบกวนอารมณ์ ขณะเดียวกันนั้นก็จะสร้างความกลัว ความเกลียดชัง และความโกรธที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น การคิดคำนึงต่อผู้อื่นจะช่วยให้นำไปสู่ความมั่นใจในตนเอง รวมถึงพลังภายในก็จะมีมากขึ้น ขณะเดียวกันนั้นก็จะมีส่วนช่วยให้ความโกรธลดน้อยลง"
- ความเมตตาเป็นสิ่งค้ำจุนโลก เพื่อให้โลกใบนี้น่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้นเราจำเป็นจะต้องช่วยกันดูแลจิตใจซึ่งกันและกันบ้าง
- หากโลกใบนี้เปรียบเหมือนบ้าน แน่นอนว่าเราจะต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อคนในบ้านฉันใด กับเพื่อนมนุษย์เราก็ควรจะใจดีกับเขาฉันนั้น
- การที่เรามีอัตตาตัวตนที่สูงใหญ่ มันจะส่งผลทำให้ร่างกายเราย่ำแย่ลง ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางใจก็ล้วนแต่จะมีผลกระทบไปพร้อม ๆ กัน
- ส่วนการที่เรามีอัตตาตัวตนที่เล็กน้อย มันจะส่งผลทำให้ร่างกายเราดียิ่งขึ้น เพราะมันคืออานิสงส์ของการไม่ถือตัว ถือตน ไม่ต้องเหนือกว่าผู้อื่นตลอด
- เมื่อเราเหนื่อยเราก็ควรพัก มีสิ่งหนึ่งที่เราควรจะพิจารณากันก็คือ หากการเขย่งเท้ามันทำให้เราดีขึ้นได้จริง กระนั้น ทำไมจึงจำเป็นจะต้องมีคำว่าเพียรพยายาม

Monday Nov 01, 2021
EP601 Book Talk หนังสือ What You Do Is Who You Are
Monday Nov 01, 2021
Monday Nov 01, 2021
หนังสือ What You Do Is Who You Are: How to Create Your Business Culture ของ Ben Horowitz
- เมื่อวัฒนธรรมคือสิ่งที่จะกำหนดทิศทางขององค์กรนั้น ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้นำเป็นคนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นจุดยืนที่มีความหมายต่อบุคคลอื่น
- นักรบในอดีต ก็ล้วนแต่จะต้องตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว และเด็ดขาดอย่างยิ่ง เมื่อสถานการณ์ขับคันมาถึง หน้าที่ของผู้นำก็จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณเสมอ
- การเลือกบริษัท ก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกผู้นำ แน่นอนว่ามีหลายคนบนโลกใบนี้ที่มีโอกาสสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเรารู้หลัก เราจะใช้หลักนั้นในการเลือกผู้คนเสมอ
- ชีวิตทุกชีวิตนั้นล้วนแต่ต้องเกิดจากการหล่อหลอมมาด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าเราจะทำอะไร นั่นคือสิ่งที่กำหนดชีวิตในอนาคตของคุณเอง จงจำไว้เสมอว่าไม่มีใครกำหนดอนาคตได้เท่าตัวเราเอง
- ทั้งนี้ หนังสือเล่มนี้จะพูดกล่าวถึงบุคคลทั้งอดีตและในปัจจุบัน ซึ่งบางครั้งอาจจะมีความคิดเห็นที่ใส่เข้าไปเหมือนกัน การจะนำมาเชื่อทั้งหมดหรือไม่เชื่อทั้งหมด ก็จะเป็นสิ่งที่ต้องขบคิดกันต่อไป

Friday Oct 29, 2021
Friday Oct 29, 2021
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นเราเจอพอดแคสต์นี้จาก Spotify แล้วเห็นว่าสามารถมาเล่าเรื่อง หรือระบายปัญหาในชีวิตกับทางเพจได้ แล้วเรื่องที่เราเจอ มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยของคนอื่น แต่สำหรับเรามันถือเป็นความทุกข์ และเป็นตราบาปในใจเราเลยก็ว่าได้ คือเรากับแฟนคบกัน และรักกันมานานมาก จนแฟนได้พาเราไปเปิดตัวกับทางบ้านแฟน แรก ๆ ทุกอย่างดีหมด แต่พอเราเริ่มอยู่ไปสักระยะ เราก็มีความรู้สึกไม่ค่อยดีเลย เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ที่บ้านแฟนก็จะคอยจับจ้องเรา จนเรารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง น้องสาวแฟนก็ชอบพูดจาจิกกัดเรา ทั้งคำด่า และคำดูถูกก็เริ่มมากขึ้น เราเงียบมาตลอดไม่ตอบโต้ เพราะเราถือคติว่าเรามาอยู่บ้านเขา เราไม่อยากมีเรื่อง แต่เหมือนน้องสาวแฟนจะไม่ให้ความเคารพกับเรา เพราะน้องเห็นเราเงียบ ก็เริ่มนินทาเรากับแม่แฟน โดยปกติเราจะเป็นคนที่นิสัยเฉย ๆ ทำอะไรช้าบ้าง แต่เราก็ยินดีช่วยเหลือคนอื่น แต่แค่เราทำอะไรช้า (สำหรับเขา) เขาก็จะด่าเราหนัก นินทาวิจารณ์ว่าเราเป็นคนแปลก ๆ ต้องบอกก่อนว่าเราอยู่กับเพื่อน เราจะเป็นคนพูดเก่ง ร่าเริง แต่พอเรามาอยู่กับคนที่คอยจ้องจับผิด หาเรื่องเราตลอด มันทำให้เรารู้สึกด้านลบกับบรรยากาศภายในบ้าน เพราะเราจะทำอะไรก็จะถูกจ้องมอง อยู่ที่บ้านหลังนั้นเรากินอะไรไม่ได้ เพราะเขาไม่ให้กินเราซื้อของมากินในบ้านก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่ชอบเห็นเรากิน ที่บ้านแฟนมักจะว่าเราว่าทำไมไม่แต่งตัวแบบนั้น ทำไมไม่ทำผมแบบนี้ ทำไมถึงอยากทำอาชีพแบบนั้น ทำไมและทำไม ถึงไม่ทำแบบที่เขาอยากให้เป็น เราสูญเสียความเป็นตัวเองมาก ไหนจะการบูลลีเรา เรายอมรับว่าเราเป็นคนไม่เก่ง ไม่สวย แต่เราไม่เคยคิดอยากทำร้ายใครเลย แต่ทำไมเขาถึงทำกับเราแบบนี้ ด่าทอสารพัด แฟนเราก็ช่วยอะไรเราไม่ได้ เพราะเขาก็เกรงใจแม่ สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ก็ต้องจบลง เพราะครอบครัวแฟนเกลียดเรา และเขาบอกว่าเราไม่เหมาะสมกับลูกเขา สำหรับเราถ้ามองในมุมมองแม่เขา ก็คงอยากให้ลูกชายเขาเจอคนที่เพียบพร้อม แต่ทางบ้านเขาก็ตัดสินเราว่าไม่ดี ดังนั้น เราก็เลยตัดสินใจเดินออกมาทั้งที่ยังรัก สาเหตุที่เราต้องจบความสัมพันธ์นี้ เพราะเรารู้สึกเสียใจที่โดนพูดจาไม่ให้เกียรติ และอึดอัดที่เจอกับวัฒนธรรมบ้านแฟนแบบนี้ นับตั้งแต่เราเดินออกจากชีวิตแฟน เราคอยคิดเสมอว่า เราเห็นแก่ตัวไปไหมนะที่ทิ้งให้แฟนอยู่กับความกดดันต่าง ๆ เราสงสารแฟนในหลาย ๆ เรื่อง เขาก็มักจะโดนด่า ถูกกดดัน แต่เขาเข้มแข็งกว่าเราเสียอีก เรากลับอ่อนไหวกับคำพูดผู้คน เราเดินออกมาทั้งที่ยังรัก แต่ก็เป็นทุกข์ที่รู้สึกผิดต่อตัวเองที่ไปเจอพ่อแม่แฟน หากเราไม่ไปเจอพวกเขา เราก็คงสานสัมพันธ์ต่อไปได้ แต่หลังจบความสัมพันธ์ เราเหมือนมีตราบาปในใจ เราไม่สามารถปล่อยความคิดของคนพวกนั้นไปได้เลย คุณคิดว่าเราควรจะทำยังไงดีคะ
- ปัญหาอย่างแรกเลย คือ การที่เราเจอแรงกดดันถือว่าเป็นด่านทดสอบของชีวิตคู่ในหลาย ๆ คู่ บางคนเจอหนัก หรือบางคนเจอเบา ซึ่งลดหลั่นกันไป
- ปัญหาอย่างที่สองเลย คือ การสร้างจุดยืนของตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง การมีกำแพง และการสร้างกรอบจะช่วยให้เขากดดันเราน้อยลง (ในทางความรู้สึก)
- หากเราไม่สามารถทนอยู่กับสภาพแวดล้อมนี้ได้จริง เราก็ไม่จำเป็นต้องอดทนกับเรื่องอะไรแบบนี้ แล้วยิ่งเรายังสามารถหาแฟนใหม่ได้ เราก็อาจจะเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นดูก็เป็นได้
- ฟังดูเหมือนกับแม่เลี้ยงใจร้ายที่ไม่ชอบลูกสะใภ้คนนี้ แล้วพยายามจะบีบบังคับให้เลิกกับลูกชายไป ด้วยการด่าทอแรง ๆ หรือว่ากดดันทุกสิ่งอย่าง สุดท้ายแล้วเราจะได้ประสบการณ์จากครั้งนี้
- ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง บางครั้งความสุขของการใช้ชีวิตคู่ คือการยอมรับสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามเป็น แต่ก็มีข้อยกเว้นว่าถ้าเราไม่ไหว ก็ควรกลับมาเยียวยาตัวเองก่อน ความพอดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

Thursday Oct 28, 2021
EP599 Special Formula ถ้าไม่เคยปีนต้นไม้จะโอ้อวดอย่างไรก็ได้
Thursday Oct 28, 2021
Thursday Oct 28, 2021
ข้อความทวิตจาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "บุคคลที่ไม่เคยปีนต้นไม้ จะโอ้อวดว่าไม่เคยตกจากต้นไม้เลยสักครั้งเดียว - Ludwig Klages"
- สิ่งหนึ่งที่เรามักจะขาดการตระหนักรู้ไปอย่างมากมาย ก็คือการเรียนรู้ตามความเป็นจริง คนที่ล้มแล้วลุกคือคนที่สร้างคุณค่าได้จริง
- หลายคนที่กำลังพูดในสิ่งที่เขาเหล่านั้นไม่เคยประสบพบเจอ ก็ไม่ต่างอะไรกับปลาที่ไม่เคยอยู่บนบก แต่ก็นึกฝันไปว่าบนบกจะเป็นอย่างไรกัน
- การคุยโวโอ้อวดไม่ได้เป็นสิ่งที่สร้างเสริมสติปัญญาแต่อย่างใด แต่กลับกลายเป็นตัวทำลายความคิดในระยะยาวด้วยซ้ำไป
- เรียนรู้กับสิ่งที่เราได้ทดลองเท่านั้น หากเรายังไม่ได้ทดสอบสิ่งใด สิ่งนั้นก็อาจจะเป็นเพียงแค่สมมติฐานเฉย ๆ ยังไม่ได้ยืนยันว่าถูกต้องทั้งหมด
- ทุกคนที่ประสบความสำเร็จ ล้วนแต่จะต้องเคยล้มเหลวมาด้วยกันทั้งนั้น หากใครไม่เคยล้มเหลว นั่นจะหมายถึงเขายังไม่ได้ลิ้มรสความสำเร็จอย่างแท้จริง

Wednesday Oct 27, 2021
EP598 Book Talk หนังสือ Do Nothing
Wednesday Oct 27, 2021
Wednesday Oct 27, 2021
หนังสือ Do Nothing: How to Break Away from Overworking, Overdoing, and Underliving ของ Celeste Headlee
- เมื่อการไม่ทำอะไร (บ้าง) จะช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ และสามารถมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดลงได้อย่างมหาศาล
- สิ่งที่เราควรหยุดพักมากที่สุด ก็คือความคิดที่จะสร้างประสิทธิผลของทุกสิ่งทุกอย่างตลอดเวลา หากการสร้างประสิทธิผลของทุกสิ่งต้องประกอบกับคำว่าพอดีเสมอ
- การเข้าไปแทรกแซงสิ่งต่าง ๆ ก็จะทำให้ทุกสิ่งถูกบิดเบี้ยวไปจากสิ่งที่มันควรจะเป็น นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องทำอะไร แต่เราต้องเลือกว่าเราทำไปแล้วดีขึ้นจริงไหม
- หากเราเคยสังเกตเห็นคนที่ต้องทำตัวดูยุ่งตลอดเวลา คือดูเหมือนมีงานทำอยู่ตลอด ไม่เคยหยุดพัก แล้วแถมว่าเจ้านายก็ยังชอบพอคนเหล่านี้ นั่นคือสิ่งที่ผิดอย่างมหันต์เลย
- จุดเริ่มต้นไม่ได้เริ่มต้นจากสิ่งอื่น แต่กลับกลายเป็นเริ่มต้นจากตัวเราเอง ความคิดที่ถูกต้อง นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ถูกต้อง จงฟังคนที่มีความคิด การกระทำ และคำพูดที่ถูกต้องอยู่เสมอ

Tuesday Oct 26, 2021
Tuesday Oct 26, 2021
มีคนมาปรึกษาว่า แอดคะ ถ้าเพื่อนทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระจะทำยังไงดีคะ คือเมื่อวานคุยเรื่องเรียนกันค่ะ ว่าจะต่อมหาวิทยาลัยไหน คณะอะไรกัน แล้ววันนี้ก็คุยกันเรื่องเรียนกันอีก เพื่อนคนนึงมันถามว่า "เออ มึงจะเรียนคณะอะไรนะ" ก็เลยตอบมันไปว่า "คณะการบิน" มันก็เหมือนจะไม่เข้าใจ มันถามซ้ำอีกรอบว่ามันคือคณะอะไรล่ะ แล้วเพื่อนอีกคนในกลุ่มมันก็ไม่อยากให้ตึงเครียดกัน เพราะเห็นว่าเมื่อวานก็คุยเรื่องนี้กันไปแล้ว มันก็อยากให้ผ่อนคลาย มันมาตอบแบบตลก ๆ ว่า "คณะหมูกรอบ" แต่เพื่อนที่มันมาถามมันไม่ตลกด้วย แล้วมันก็โกรธแบบจริงจังมาก ทะเลาะกันจริงจังมาก จนเพื่อนคนที่มาถามมันก็กดออกจากแช็ตกลุ่มไป ส่วนเราก็พยายามไปคุยให้มันทั้งสองคนใจเย็นแต่ต่างฝ่ายต่างบอกว่าตัวเองไม่ผิด และไม่ยอมใช้เหตุผลคุยกันดี ๆ เลย แล้วคือนี่กับเพื่อนอีกคนเป็นคนกลางอะค่ะ ลำบากใจมาก ๆ ทำยังไงดีคะ เครียดมากเลยตอนนี้ เพราะพรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว
- ถ้าเกิดเราสังเกตกันดูดี ๆ เราจะเห็นว่าคนเราจะมีความพอใจและไม่พอใจคล้าย ๆ กัน หากว่าเพื่อนกำลังจริงจังอยู่ เราก็ควรตอบแบบจริงจังไปก่อน แต่ถ้าตอบแบบจริงจังไปแล้วก็ถือว่าจบประเด็นไปแล้ว
- การล้อเล่น หรือหยอกล้อกันมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเราโกรธหนักมากกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มันก็หมายความว่าเราจะต้องประเมินตัวเองดูใหม่ ว่าเหตุผลเบื้องหลังมันคืออะไรกันแน่
- บางคนก็รับไม่ได้กับการที่เพื่อนสอบติดคณะที่ดีกว่าตน แล้วพยายามสร้างเรื่องเบี่ยงเบนประเด็นไปว่า เพราะเพื่อนคนนั้นพูดแบบนี้เราเลยโกรธ แต่จริง ๆ หารู้ไม่ว่า ตัวเองก็ขุ่นเคืองในใจอยู่แล้ว
- การสร้างมุทิตาจิตให้เกิดขึ้นมา ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำได้โดยง่าย แน่นอนว่าการเปรียบเทียบเป็นสิ่งที่ทำให้เราทุกข์มากก็ได้ หรือสุขมากก็ได้เช่นกัน พอเราดีกว่าเขา เราก็เบิกบานใจ แต่พอเราแย่กว่าเขา เราก็ทุกข์ใจ
- ทั้งนี้ ความอิจฉาริษยา มันไม่ใช่สิ่งที่จะแสดงตัวออกมาให้เห็นกันชัด ๆ บางคนขี้อิจฉาคนรอบข้าง แต่ก็ทำเป็นองุ่นเปรี้ยว มะนาวหวานไปว่า เราเฉย ๆ ที่เพื่อนสอบติดคณะอะไรก็ตามแต่ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มักจะรู้สึกต่ำต้อยตลอดเวลา

Monday Oct 25, 2021
EP596 Special Formula การแจ้งเตือนของการเสพสื่อ
Monday Oct 25, 2021
Monday Oct 25, 2021
ข้อความทวิตจาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "จงจดจำไว้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ บนโลกใบนี้มันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งมีจุดเล็ก ๆ ที่จะปรากฏบนข่าวเท่านั้นเอง"
- หากเราเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง เราจะพบว่าข่าวและสื่อต่าง ๆ จะหยิบยกประเด็นเพียงไม่กี่ประเด็นเท่านั้น
- ข้อความทั้งหมดยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา มีผู้คนที่ประสบพบเจอประสบการณ์มากมาย และบางประเด็นก็ถูกปกปิดเอาไว้
- เริ่มต้นที่จะกลั่นกรองการเสพสื่อให้มากยิ่งขึ้น เพราะบางครั้งมันคือการเสพสื่อแค่มุมมองเดียว มันจะขาดข้อมูลที่ครบถ้วน จึงยากต่อการขบคิด
- การใช้วิจารณญาณจึงเป็นเครื่องชี้วัดที่ดีที่สุด ในการจะค่อย ๆ พิจารณาในแต่ละสิ่งที่เราได้รับข้อมูลมา บางครั้งเราจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วย
- ผู้คนในยุคสมัยนี้ เน้นข้อมูลแบบย่อส่วน แต่แน่นอนว่าความย่อส่วนมันย่อมถูกตัดไปพอสมควร การเรียนรู้ที่ดียังคงต้องใช้จากการตั้งคำถาม แสวงหาคำตอบ จึงจะพบคำตอบเสมอ

Friday Oct 22, 2021
EP595 Book Talk หนังสือ No Rules Rules
Friday Oct 22, 2021
Friday Oct 22, 2021
หนังสือ No Rules Rules: Netflix and the Culture of Reinvention ของ Reed Hastings and Erin Meyer
- กฎที่ว่าด้วยความไม่มีกฎอะไรเลย นั่นหมายความว่ากฎนั้นเป็นการกรอบมนุษย์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อควบคุม (คนที่ควบคุมไม่ได้)
- แล้วการที่ไม่ต้องควบคุมคนในองค์กรนั้นจะหมายถึงนัยที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้คนในองค์กรสามารถควบคุมตัวเองได้เกือบ 100% หรือเทียบเท่า
- สมมติฐานที่เป็นหลักฐานอันสำคัญคือ หากว่าเราสามารถให้ทุกคนในองค์กรหยุดงานได้ และสามารถลาพักร้อนได้โดยแจ้งล่วงหน้าเพียงแค่ไม่กี่วัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริงไหม
- การทดสอบจะไม่เกิดขึ้นจริง หากว่าเราไม่เปิดใจที่จะทดลองมัน ผู้นำองค์กรที่ดีไม่ใช่เพียงแค่คิด แต่จะต้องลงมือกระทำจริง แล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ค่อยแก้ไขกันไปตามสถานการณ์
- หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่เปิดใจเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เพราะการแหกกฎต่าง ๆ ของชีวิต จำเป็นจะต้องมีจิตใจที่กว้างขวางพอสมควร หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบมีกฎระเบียบก็ควรจะอ่านอย่างยิ่ง

Thursday Oct 21, 2021
EP594 Deep Conversation เพื่อนในโลกออนไลน์ฆ่าตัวตายเราควรจะทำยังไงต่อไปดี
Thursday Oct 21, 2021
Thursday Oct 21, 2021
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ คือขอบอกก่อนว่าหนูเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ หัวร้อนง่าย เป็นพวกอารมณ์รุนแรงเลยทีเดียว แล้วมีเพื่อนในโลกออนไลน์คนนึง คนนี้คุยกันสนิทมาก ๆ คุยมาเกิน 1 ปีแล้ว เขาดีมาก เป็นเพื่อนที่ดีมาก ๆ เลยทีเดียว ความสัมพันธ์ของเราสองคนดีมาก จนสนิทกันมากขึ้นเขาก็เริ่มงี่เง่าบ้าง เริ่มงอแง เราก็เข้าใจเขา แต่เราไม่สามารถระงับอารมณ์ได้ บางทีทำงานมาเหนื่อย ๆ หรือเจอปัญหาอะไรแบบนี้ แล้วเขาเป็นแบบนี้ใส่เรา เราก็จะโมโหหนักขึ้น พาลไปหมดทุกสิ่งอย่าง จนครั้งล่าสุด เขาเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ เขาไปหาจิตแพทย์ เขาต้องกินยาจำนวนมาก พักหลังมานี้เราก็ใส่ใจเขามากขึ้น แต่ก็เผลอทำไม่ดีใส่ไปบ้าง เขาเคยบอกเราว่า เขากินยาน้อยลงเพราะเรา เขารู้สึกดีขึ้นเพราะเรา เราคือความสุขของเขา เรารู้สึกดีมากเลยนะ จนวันที่ 14 ที่ผ่านมา คือช่วงปิดเทอมเราจะไม่ว่างเลย เพราะเราต้องทำงานหนัก แล้วตอนที่เขาทักมา เราก็เหนื่อยจากการทำงานพอสมควร และมีปัญหานิดนึงแล้วเราก็เผลอพาลใส่เขาไป แล้วไม่คิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้ หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย เขาหายไป เมื่อคืนคิดถึงเขามาก ๆ เลยทักไปบอกฝันดีเล่น ๆ แต่พี่ชายเขาก็ตอบแช็ตมาว่าเพื่อนหนูคนนี้เขาตายแล้ว หนูรู้สึกผิดมาก ๆ แต่ทำอะไรไม่ได้เลย เราเป็นเพื่อนกันในโลกออนไลน์เท่านั้น เขาอยู่โคราช หนูอยู่ตรัง โอกาสที่จะเจอกันแทบเป็นศูนย์ หนูกังวลมาก ๆ หยุดร้องไห้ไม่ได้ หนูเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็เกลียดตัวเองที่มีนิสัยแบบนั้น แก้ไม่หายสักที หนูเอาแต่รู้สึกผิดแล้วก็โทษตัวเอง หนูรู้ว่าไม่ควรคิดแบบนี้ แต่ก็ห้ามไม่ได้ เพราะสาเหตุหลัก ๆ มันมาจากหนู พี่คือหนูไม่รู้จะทำยังไงดี ปรึกษาใครไม่ได้เลยอะพี่ แค่คำว่าขอโทษหนูยังบอกเขาไม่ได้เลย หนูจะได้คุยกับเขาอีกไหมก็ไม่รู้ หันไปหาใครก็ไม่ได้ ปกติมีปัญหาอะไรเราก็จะแลกเปลี่ยนปัญหากันแล้วช่วยหาทางออก เป็นความสบายใจให้กันและกัน แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้วพี่
- ปัญหาในเรื่องอารมณ์ให้แก้ที่อารมณ์ คือต้องฝึกสติในชีวิตประจำวันเท่านั้น ค่อย ๆ ตามรู้อารมณ์ไปในแต่ละวัน
- ส่วนปัญหาเรื่องเพื่อนในโลกออนไลน์ ก็ถือว่าไปว่าเราทำดีที่สุดแล้ว การที่เขาฆ่าตัวตายมันอาจจะเป็นเพราะเราเป็นสาเหตุ แต่แน่นอนมันมีความลึกซึ้งกว่านั้นเยอะ
- การโทษตัวเองไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี ลองเรียนรู้ที่จะเข้าใจสัจธรรมว่า โลกใบนี้ย่อมคัดสรรให้ผู้ที่แข็งแกร่งอยู่รอด ส่วนผู้ที่อ่อนแอก็ย่อมลาจากโลกนี้ไป เขาจึงเรียกว่าการปรับตัว
- หากวันนี้เรากำลังเสียใจ ก็ให้เวลากับตัวเองให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลที่เรารับรู้มาล่าสุดคือเขาฆ่าตัวตาย ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วเขาจะฆ่าตัวตายหรือไม่ฆ่าตัวตาย เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปเลือกให้เขาอยู่ดี
- ความสุขในชีวิตจะขึ้นอยู่กับคนอื่นได้ไม่ควรเกิน 20% ของชีวิต นั่นหมายความว่า 80% ที่เหลือควรจะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง เมื่อเรามีความสุขที่อิงอาศัยสิ่งอื่นมากเกินไป เราจะรับไม่ได้หากสิ่งนั้นจากเราไป

